Pingpongsport ร้านอุปกรณ์ปิงปอง
ร้านปิงปองสปอร์ต 2/16 ถ. เจ้าคุณทหาร แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
ยังไม่มีสินค้าในตระกร้า!
เมื่อซื้ออุปกรณ์ปิงปองภายในร้านเรา เรามีบริการประกอบไม้ปิงปองและยางปิงปองให้ฟรี นอกจากนี้ร้านของเรายังมีบริการสอนปิงปอง มีตั้งแต่คอร์สสำหรับผู้เริ่มต้นจนกระทั่งถึงระดับแข่งขัน มีทั้งเป็นรายคอร์สและรายครั้ง อีกทั้งยังมีบริการน็อกที่คิดเป็นรายชั่วโมง หากสนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยเลือกที่เมนูด้านซ้ายมือ หรือ
โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 082-916-4252
นึกถึงปิงปอง นึกถึง "ปิงปองสปอร์ต"
ปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส เป็นกีฬาที่ใช้พื้นที่น้อย แต่เต็มไปด้วยความเร็ว ความแม่นยำ และเทคนิคละเอียดอ่อน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่นักปิงปองทุกคนต้องมีคือ ไม้ปิงปอง ที่เข้ากับสไตล์การเล่นของตัวเอง แต่ก่อนจะไปถึงขั้นเลือกอุปกรณ์ สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ “พื้นฐาน” ที่มั่นคง
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ 10 ทักษะพื้นฐานของปิงปอง ที่มือใหม่ควรฝึกฝน พร้อมแนะนำแนวทางการเลือก ไม้ปิงปอง ให้เหมาะกับแต่ละทักษะ เพื่อพัฒนาการเล่นอย่างมีประสิทธิภาพ
การจับไม้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของทุกลูกตี วิธีการจับไม้ปิงปองที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณควบคุมทิศทาง ความแรง และสปินได้ดียิ่งขึ้น โดยทั่วไปมี 2 แบบหลัก ได้แก่:
การจับแบบใดแบบหนึ่งไม่ผิด แต่อยู่ที่สไตล์การเล่นและไม้ปิงปองที่คุณใช้ บางไม้จะถ่วงน้ำหนักต่างกันเพื่อรองรับ grip แบบเฉพาะ
ท่ายืนคือรากฐานของการตอบสนองที่เร็วและยืดหยุ่น ท่ายืนที่ถูกต้องช่วยให้คุณเคลื่อนที่ได้ง่ายและตีลูกได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อเล่นกับคู่ต่อสู้ที่ตีเร็วหรือมีลูกสปิน
แนะนำให้เลือก ไม้ปิงปองที่มีน้ำหนักพอเหมาะ ไม่เบาเกินไปจนขาดแรงส่ง และไม่หนักเกินไปจนเคลื่อนไหวลำบาก
พื้นฐานที่ต้องฝึก ได้แก่:
ฝึกกับไม้ปิงปองที่มีคุณสมบัติ "ควบคุมง่าย" (control) จะช่วยให้เรียนรู้ทิศทางและความแม่นยำได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะไม้ที่มี ยางความเร็วปานกลาง และหน้าไม้ที่ไม่แข็งเกินไป
หลายคนเข้าใจผิดว่าเล่นปิงปองต้องใช้แขนอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว การตีที่ดีต้องใช้ทั้งเอว ไหล่ และขา โดยส่งพลังผ่านลำตัวไปยังไม้ปิงปอง การเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติและต่อเนื่องจะช่วยให้ลูกมีพลังและสปิน
แนะนำไม้ปิงปองที่ตอบสนองแรงหมุนได้ดี โดยเฉพาะไม้ที่มี “spring sponge” หรือโครงสร้างที่ช่วยส่งแรง
การเคลื่อนที่คือหัวใจสำคัญของการเล่นระดับสูง ต่อให้ตีดีแค่ไหน แต่ถ้าเคลื่อนตัวช้า ก็เสียจังหวะไปหนึ่งจังหวะทันที
ฝึกฟุตเวิร์กควบคู่กับไม้ปิงปองที่ “เบาและคล่องตัว” จะช่วยให้ตอบสนองเร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเล่นเกมเร็วหรือลูกสั้นที่ต้องตัดหรือโต้กลับทันที
สปินคือสิ่งที่ทำให้ลูกปิงปองมีชีวิต การเรียนรู้การใส่ ท็อปสปิน, แบ็คสปิน และ ไซด์สปิน ช่วยให้คุณควบคุมเกมและสร้างความกดดันให้คู่ต่อสู้
หากคุณเริ่มฝึกสปิน แนะนำให้ใช้ไม้ปิงปองที่มี ยางหนืด (tacky) เช่น ยางจีน ซึ่งจะช่วยให้หมุนลูกได้มากขึ้น เหมาะสำหรับฝึกเทคนิคการใส่สปิน
การเสิร์ฟคือโอกาสแรกที่คุณสามารถควบคุมเกมได้ เรียนรู้วิธีเสิร์ฟหมุน เสิร์ฟสั้น และเสิร์ฟลวง ช่วยให้คู่ต่อสู้ตีพลาดได้ง่าย
ไม้ปิงปองที่ดีในการเสิร์ฟ ควรมีสัมผัสที่ดี ให้ฟีลลูกชัดเจนและมี ยางที่สร้างสปินได้สูง เพื่อให้ลูกมีคุณภาพ
การรับลูกเสิร์ฟต้องอาศัยความเข้าใจในทิศทางสปินและการใช้หน้าไม้ที่แม่นยำ การจับมุมและน้ำหนักมือเล็กน้อยก็ส่งผลต่อผลลัพธ์ของการตี
สำหรับมือใหม่ ไม้ปิงปองที่มี “ค่า control สูง” และไม่ไวเกินไปจะช่วยให้รับลูกเสิร์ฟได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ควบคุมลูกให้ไปยังจุดที่ต้องการ คือสิ่งที่แยกนักปิงปองที่ดีออกจากผู้เล่นทั่วไป ไม้ปิงปองที่เหมาะกับการควบคุมลูก ควรมีหน้าไม้ที่ไม่แข็งมาก และยางที่ไม่เด้งจนเกินไป
การฝึกควบคุมลูกในแนวลึก-ตื้น หรือซ้าย-ขวา จะช่วยให้คุณสามารถวางลูกได้แม่นยำมากขึ้น
เกมที่ดีไม่ใช่แค่ตีแรง แต่คือการอ่านคู่ต่อสู้และเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม เช่น บุกเมื่อได้เปรียบ รับเมื่อเสียจังหวะ หรือใช้ลูกตัดลวงคู่ต่อสู้
ไม้ปิงปองที่สามารถปรับตัวได้หลากหลาย (all-round type) จะช่วยให้คุณใช้กลยุทธ์ได้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์
พื้นฐานที่มั่นคงคือรากฐานของนักปิงปองที่เก่งในระยะยาว แต่การเลือก ไม้ปิงปอง ให้เหมาะกับระดับและสไตล์การเล่นก็สำคัญไม่แพ้กัน
จำไว้ว่าทักษะจะเติบโตได้ดีเมื่อมีอุปกรณ์ที่ช่วยเสริม ไม่ใช่ขัดขวาง เริ่มต้นจากพื้นฐานให้มั่น แล้วเลือกไม้ปิงปองให้ตรงกับตัวคุณ แล้วคุณจะเห็นความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว