Pingpongsport ร้านอุปกรณ์ปิงปอง
ร้านปิงปองสปอร์ต 2/16 ถ. เจ้าคุณทหาร แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
ยังไม่มีสินค้าในตระกร้า!
เมื่อซื้ออุปกรณ์ปิงปองภายในร้านเรา เรามีบริการประกอบไม้ปิงปองและยางปิงปองให้ฟรี นอกจากนี้ร้านของเรายังมีบริการสอนปิงปอง มีตั้งแต่คอร์สสำหรับผู้เริ่มต้นจนกระทั่งถึงระดับแข่งขัน มีทั้งเป็นรายคอร์สและรายครั้ง อีกทั้งยังมีบริการน็อกที่คิดเป็นรายชั่วโมง หากสนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยเลือกที่เมนูด้านซ้ายมือ หรือ
โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 082-916-4252
นึกถึงปิงปอง นึกถึง "ปิงปองสปอร์ต"
เทเบิลเทนนิส หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ปิงปอง" เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ด้วยความท้าทายที่ผู้เล่นต้องอาศัยไหวพริบและความคล่องแคล่วในการรับ-ส่งลูก กีฬาชนิดนี้ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมสันทนาการ แต่ยังได้รับการบรรจุในการแข่งขันระดับโลกอีกด้วย
กีฬาปิงปองเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) ที่ประเทศอังกฤษ ในยุคแรกนั้น อุปกรณ์ที่ใช้เล่นมีลักษณะแตกต่างจากปัจจุบัน โดยไม้ปิงปองทำจากไม้หุ้มด้วยหนังสัตว์ ส่วนลูกทำจากเซลลูลอยด์ซึ่งเป็นพลาสติกกึ่งสังเคราะห์ เสียงที่เกิดขึ้นเมื่อลูกกระทบกับโต๊ะปิงปองและไม้ตีคือที่มาของชื่อ "ปิงปอง" (PINGPONG)
ในช่วงแรก วิธีการเล่นเน้นไปที่การยัน (BLOCKING) และดันกด (PUSHING) ต่อมาได้พัฒนาเป็นการเล่นแบบถูกตัด (CROP) ซึ่งเป็นที่นิยมในยุโรป การจับไม้ปิงปองมีสองแบบหลัก คือ แบบจับมือ (SHAKEHAND) หรือ "แบบยุโรป" และแบบจับปากกา (PEN-HOLDER) หรือ "แบบจีน"
ปี ค.ศ. 1900 (พ.ศ. 2443) มีการเปลี่ยนมาใช้ไม้ปิงปองที่ติดยางปิงปองแบบเม็ดแทนหนังสัตว์ ทำให้เกิดการพัฒนาเทคนิคการเล่นแบบรุก (OFFENSIVE) ทั้งหน้ามือ (FOREHAND) และหลังมือ (BACKHAND) มากขึ้น
ในปี ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) มีการจัดตั้งสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (INTERNATIONAL TABLE TENNIS FEDERATION : ITTF) ที่กรุง London แล้วมีการจัดแข่งขันเทเบิลเทนนิสชิงแชมป์โลกในครั้งแรก
ช่วงปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) ญี่ปุ่นเริ่มให้ความสนใจกับกีฬาเทเบิลเทนนิสมากขึ้น โดยพัฒนาเทคนิคการเล่นที่เน้นการตบลูกแม่นยำและหนักหน่วง รวมถึงการใช้จังหวะเต้นของปลายเท้า นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังได้พัฒนาไม้ปิงปองโดยใช้ยางปิงปองเม็ดสอดไส้ด้วยฟองน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่น
ต่อมา สาธารณรัฐประชาชนจีนได้พัฒนาเทคนิคการเล่นที่ผสมผสานระหว่างการโจมตีแบบรวดเร็วและการป้องกัน ทำให้สามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้ และกลายเป็นประเทศชั้นนำในวงการเทเบิลเทนนิส
ในช่วงทศวรรษ 1970 มีการพัฒนาเทคนิคการเปลี่ยนหน้าไม้ในขณะเล่นลูก และมีการปรับปรุงยางปิงปองให้มีความยาวของเม็ดยางมากกว่าปกติ ทำให้สามารถเปลี่ยนวิถีการหมุนและทิศทางของลูกได้ดียิ่งขึ้น การพัฒนาอุปกรณ์และเทคนิคการเล่นใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กีฬาเทเบิลเทนนิสแพร่หลายไปทั่วโลก
แม้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ากีฬาเทเบิลเทนนิสเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด แต่คนไทยรู้จักและเล่นกีฬาชนิดนี้มาเป็นเวลานานแล้ว โดยเรียกว่า "ปิงปอง" ในปี พ.ศ. 2500 มีการจัดตั้งสมาคมเทเบิลเทนนิสสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และเริ่มมีการจัดการแข่งขันระดับชาติ รวมถึงการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน
เทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทักษะหลายด้าน เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่เล่นบนโต๊ะปิงปองที่มีขนาดเพียง 4.5 ฟุต x 5 ฟุต และลูกปิงปองที่มีน้ำหนักเบาเพียง 2.7 กรัม ผู้เล่นต้องมีความแม่นยำและรวดเร็วในการตีลูกกลับ
การเล่นเทเบิลเทนนิสช่วยพัฒนาทักษะหลายด้าน ได้แก่:
เทเบิลเทนนิสได้รับการบรรจุเป็นกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2531) ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นถึงความนิยมและการยอมรับในระดับนานาชาติของกีฬาชนิดนี้
ปัจจุบัน เทเบิลเทนนิสยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะกีฬาสมัครเล่นและกีฬาอาชีพ การพัฒนาของไม้ปิงปอง ยางปิงปอง และเทคนิคการเล่นยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กีฬาชนิดนี้ยังคงความน่าสนใจและท้าทายสำหรับผู้เล่นทุกระดับ