Pingpongsport ร้านอุปกรณ์ปิงปอง
ร้านปิงปองสปอร์ต 2/16 ถ. เจ้าคุณทหาร แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520
ยังไม่มีสินค้าในตระกร้า!
เมื่อซื้ออุปกรณ์ปิงปองภายในร้านเรา เรามีบริการประกอบไม้ปิงปองและยางปิงปองให้ฟรี นอกจากนี้ร้านของเรายังมีบริการสอนปิงปอง มีตั้งแต่คอร์สสำหรับผู้เริ่มต้นจนกระทั่งถึงระดับแข่งขัน มีทั้งเป็นรายคอร์สและรายครั้ง อีกทั้งยังมีบริการน็อกที่คิดเป็นรายชั่วโมง หากสนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยเลือกที่เมนูด้านซ้ายมือ หรือ
โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 082-916-4252
นึกถึงปิงปอง นึกถึง "ปิงปองสปอร์ต"
ค้นพบคำตอบสำหรับคำถามยอดนิยมเกี่ยวกับกีฬาปิงปอง เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้น เรียนรู้พื้นฐาน กฎ และเทคนิคการเล่นอย่างถูกต้อง
A: ชื่อ "ปิงปอง" มาจากเสียงที่เกิดขึ้นเมื่อลูกกระทบไม้และโต๊ะ ซึ่งฟังคล้ายเสียง "ปิง" และ "ปอง"
A: โต๊ะปิงปองมาตรฐานมีขนาด 2.74 เมตร (ยาว) x 1.525 เมตร (กว้าง) x 76 เซนติเมตร (สูง)
A: ลูกปิงปองมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร และน้ำหนักประมาณ 2.7 กรัม
A: มี 2 แบบหลัก คือ แบบจับมือ (Shakehand) และแบบจับปากกา (Penhold)
A: ต้องโยนลูกขึ้นในแนวดิ่งอย่างน้อย 16 ซม. และตีให้ลูกสัมผัสแดนของผู้เสิร์ฟก่อนข้ามไปฝั่งตรงข้าม และ ผลัดเสิร์ฟกันคนละ 2 ลูก
A: ถือเป็นการเสิร์ฟเช็ดเน็ต ต้องเสิร์ฟใหม่อีกครั้ง
A: ผู้ที่ทำได้ 11 คะแนนก่อนจะชนะ 1 เกม แต่ถ้าคะแนนเสมอกันที่ 10-10 ต้องสลับเสิร์ฟคนละ 1 ลูก แล้วทำคะแนนนำห่าง 2 คะแนนจึงจะชนะ
A: ขึ้นอยู่กับกติกาการแข่งขัน โดยทั่วไปจะมีตั้งแต่ เล่น 2 ใน 3 เกม, เล่น 3 ใน 5 เกม หรือ 4 ใน 7 เกม ขึ้นอยู่กับกติกาการแข่งขัน
A: เพื่อความยุติธรรม เนื่องจากสภาพแวดล้อมอาจส่งผลต่อการเล่น เช่น แสง ลม
A: แบ่งเป็น ยางเรียบ, ยางเม็ดสั้น, ยางเม็ดกึ่ง, ยางเม็ดยาว และ ยางแอนตี้
A: ใช่ค่ะ สหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) ได้ออกกติกาใหม่แล้วว่า ต้องใช้ยางปิงปองสีดำ คู่กับ ยางสีอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ดำ โดยด้านนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสีแดงก็ได้
A: อ่านความหมุนลูกผิด ชีวิตเปลี่ยน มีอยู่จริงค่ะ การหมุนของลูก ถ้าเราสามารถควบคุมได้ ว่าจะหมุนมาก หมุนน้อย ไม่หมุน หมุนซ้าย หมุนขวา ได้เปรียบในเชิงการต่อสู้แน่นอน เพราะจะช่วยให้คู่ต่อสู้รับเสียได้ ช่วยควบคุมทิศทางและความเร็วของลูก ทำให้ยากต่อการตีกลับของฝ่ายตรงข้าม
A: เริ่มจากการฝึกพื้นฐาน เช่น การจับไม้ การเคลื่อนที่ และการตีลูกพื้นฐาน เช่น ตีเบสิก โดยอาจหาโค้ชเพื่อปรับวงพื้นฐานก่อนได้ หากจริงจัง หรือ ลองฝึกตีกับเพื่อน / ใช้เครื่องยิงลูกปิงปอง ในการฝึกซ้อมได้
A: การตี Forehand สามารถใส่แรงได้มากกว่า Backhand จึงเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ที่เป็นมือบุก มักจะเลือกยางปิงปองด้าน Forehand ให้เด้งน้อยกว่า Backhand แต่ก็มีส่วนน้อยที่เน้นยางแรงไว้ Forehand ทีเดียว และ Backhand เน้นคุมลูก
A: ช่วยพัฒนาความคล่องแคล่ว สมาธิ การตัดสินใจ และการประสานงานระหว่าง ขา ตาและมือ
A: มืออาชีพจะมีเทคนิคการเล่นที่ซับซ้อนกว่า ใช้อุปกรณ์คุณภาพสูง และมีการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น
A: เพื่อรักษามาตรฐานของการเล่น เนื่องจากลูกอาจเสียรูปทรงหรือน้ำหนักเปลี่ยนไปเมื่อใช้งานนาน
A: ในการเล่นคู่ ผู้เล่นต้องสลับกันตีลูก และการเสิร์ฟต้องข้ามแดนตามแนวทแยงมุมฝั่งขวาเท่านั้น
A: เพื่อให้มีพื้นที่และเวลาในการตีลูกมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องการใช้เทคนิคการตีที่ต้องการแรงมาก
A: ไม้ปิงปอง ลูกปิงปอง โต๊ะปิงปอง และตาข่าย นอกจากนี้อาจมีรองเท้ากีฬาและชุดกีฬาที่เหมาะสม
A: ส่วนใหญ่ถ้าเป็นมือใหม่ มักจะเน้นยางดีไว้ก่อน ส่วนถ้าเป็นมือเก๋า จะเน้นไม้เปล่าดีไว้ก่อนค่ะ เพราะสำหรับมือใหม่ยางปิงปองจะดึงประสิทธิภาพการเล่นออกมาได้สูงกว่า แต่สำหรับมือเก๋าที่ตีได้ลูกถึงเนื้อไม้แล้ว การได้ไม้ฟิลที่ถูกใจ ประสิทธิภาพที่ตรงกับสไตล์การเล่น จะช่วยดึงประสิทธิภาพการเล่นออกมาได้ดีกว่าค่ะ
A: ถ้ามองความคุ้มค่าในงบประมาณที่จำกัด เราแนะนำว่า เลือกดูที่โครงสร้างไม้ ประสิทธิภาพของไม้ปิงปอง / ยางปิงปอง มากกว่าตัวแบรนด์ค่ะ ( เหมือนการดูวัสดุ และโครงสร้างไม้ ว่าเหมาะกับเราไหม ) เพราะถ้าเลือกที่ตัวแบรนด์ แต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งตัวไม้เปล่า และ ตัวยางปิงปอง ซึ่งแต่ละแบรนด์ไม่ได้มีเพียงรุ่นเดียว และแน่นอนว่า ไม่ใช่ว่าแบรนด์ดังกล่าวจะทำ ไม้เปล่า / ยางปิงปอง ออกมาได้เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของเราทุกตัว
A: สำหรับการเลือกไม้ปิงปอง ถ้าจริงจัง และต้องการเล่นระยะยาวทางร้านแนะนำไม้ปิงปองประกอบพร้อมยาง งบประมาณเริ่มต้นสำหรับไม้ปิงปองประกอบส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ประมาณ 500-600 บาท ถ้าไม่สนแบรนด์ ยิ่งคุณตั้งงบประมาณไว้สูง ยิ่งได้ไม้ปิงปองและยางปิงปองที่มีประสิทธิภาพ และเข้ากับสไตล์การเล่นค่ะ เป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด (เพราะตัวเลือกคุณไม่ได้จำกัดอยู่ที่แบรนด์เดียว)